ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ผู้จัดการงานวิจัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการจัดลำดับความสำคัญของโรคและการเจ็บป่วย รัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณโดยเน้นหนักไปกับโรคที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของคนไทย อาทิ มะเร็ง หลอดเลือดสมอง หัวใจ อุบัติเหตุ ฯลฯ ทำให้โรคหรือพฤติกรรมที่ส่งผลต่อภาวะบกพร่องทางสุขภาพ

โดยเฉพาะความพิการที่เกิดจากการเจ็บป่วยจากโรคทางจิตเวช รวมทั้งปัญหาการติดสุราและสารเสพติด มักได้รับงบประมาณในการพัฒนาระบบบริการและการพัฒนาบุคลากรน้อย ทั้งนี้ ข้อมูลกรมสุขภาพจิต ปี 2551 ระบุว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 1.2 ล้านคน แต่เข้ารับการรักษาเพียง 1.5 แสนคน มีผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มสุรา ราว 5.3 ล้านคน แต่เข้ารับการบำบัดรักษาไม่ถึง 1.2 แสนคน สะท้อนได้ว่าการเข้าถึงบริการจิตเวชยังมีอยู่อย่างจำกัด สวรส. และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงได้สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยการเข้าถึงบริการจิตเวชและภาระทางเศรษฐศาสตร์: การศึกษาระยะยาวในชุมชน เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาแนวทางในการออกแบบระบบบริการ และลดผลกระทบอื่นๆที่อาจตามมา
รศ.นพ.ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์ เครือข่ายนักวิจัย สวรส. จากภาควิชาจิตเวชศาสตร์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านระบาดวิทยาประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นของงานวิจัย กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง 3,877 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่ 11 ชุมชน ในเขตเทศบาลคูคตและลำสามแก้ว ปทุมธานี ระหว่าง มิ.ย.-ก.ย.58 โดยสัมภาษณ์ด้วยแบบสอบถามด้วยเครื่องมือ “WHO-CIDI” เพื่อประเมินความผิดปกติทางจิตและประวัติการใช้บริการสุขภาพจิต และการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยสัมภาษณ์บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีเพียง 11.8% ของผู้ที่มีประวัติการเจ็บป่วยสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า โรคจิต เคยปรึกษาหรือรับบริการปัญหาสุขภาพจิตในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และเพียง 2.9% ของผู้ที่มีประวัติเจ็บป่วยทางจิตในรอบปีผ่านมาเข้ารับคำปรึกษาฯ ภายใน 1 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ 1.8% ของผู้มีประวัติปัญหาการติดสุราและใช้สารเสพติด เคยเข้ารับคำปรึกษาและแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วงชีวิตที่ผ่านมา และไม่เคยเข้ารับปรึกษาฯ ครั้งสุดท้ายภายใน 1 ปีที่ผ่านมาเลย หรือคิดเป็น 0%. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth