นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงฯ มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจลโดยการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 7 จังหวัด ได้แก่

จังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่นชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ โดยดีป้าจะให้ความช่วยเหลือหรืออุดหนุนเพื่อการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Startup) , ศึกษา ส่งเสริม วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล,พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัลโดยภาครัฐ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งนี้ปี 2560 ได้พัฒนาเมืองอัจฉริยะนำร่องในจังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และขอนแก่นไปแล้ว ในปีนี้จะส่งเสริมเพื่อให้เกิดการต่อยอดและขยายผล ซึ่งกำหนดเป้าหมายแต่ละเมือง จะมีความอัจฉริยะ (smart) 2 เรื่อง เริ่มจากการพัฒนาระบบนิเวศน์ที่เน้นที่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เน้นความสำคัญของข้อมูล การแปลงข้อมูลเป็นดิจิทัล(Digitize) ทั้งเมือง โดยในปี 2561 มีโครงการ City Data Platform ดำเนินการใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดภูเก็ตเชียงใหม่ และขอนแก่น เพื่อสร้างรูปแบบการเชื่อมโยง จัดเก็บ และเผยแพร่ข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ในเมือง เช่น เชื่อมโยงข้อมูลกล้องโทรทัศน์วงจรปิด(CCTV) ของเทศบาลเพื่อให้ตำรวจติดตามอาชญากร เชื่อมโยงข้อมูลจากIoT Sensors สิ่งแวดล้อมเพื่อเฝ้าระวังภัยพิบัติ เชื่อมโยงข้อมูลการใช้ Free Wi-Fi ของทั้งเมือง มาวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวสำหรับใช้ในการวางแผนระบบโลจิสติกส์ (logistics) โดยข้อมูลจะถูกรวบรวมมายังระบบคลาวด์(Cloud) ของเมือง เพื่อให้ง่ายต่อการแลกเปลี่ยนบูรณาการนำไปต่อยอดวิเคราะห์ (Big Data Analytics) โดยการสร้างเป็น API ในการดึงข้อมูล และมีมาตรฐานของข้อมูล สามารถเปิดให้ภาครัฐหรือเอกชนนำไปต่อยอดเป็นบริการของเมือง และขณะเดียวกันผู้บริหารเมืองจะได้ศูนย์ปฏิบัติการแบบอัจฉริยะที่มองเห็นภาพแบบเวลาจริงของเมืองใช้ในการตัดสินใจสั่งการ

ด้านการพัฒนาคน มีการจัดทำหลักสูตรการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืนใช้เวลาเรียน 72 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 2มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2561 ประกอบด้วย 4 ชุดวิชา ขอบเขตเนื้อหาของแต่ละชุดวิชา คือ การพัฒนาองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมในการวิเคราะห์แนวทางการปรับเปลี่ยนท้องถิ่นตามการพัฒนาเมืองในรูปแบบสมาร์ทซิตี้ การกำหนดนโยบายของการพัฒนาจะมุ่งพัฒนาและปรับปรุงท้องถิ่น การพัฒนาองค์กรกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 4.0 ในภาคเศรษฐกิจ การลงทุน และการบริการภายในท้องถิ่น รวมถึงการประกอบกิจกรรมเพื่อการสร้างเครือข่ายและการศึกษาต้นแบบจากการเรียนรู้โดยผู้ประกอบการจริง ส่วนการส่งเสริมการลงทุน ได้เตรียมมาตรการของดีป้าเพื่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าการพัฒนาเมือง เพื่อให้งบประมาณจากภาครัฐตอบสนองทั้งการยกระดับเมืองเศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของเอกชนไทย

สำหรับความคืบหน้าของพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด เริ่มที่จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นจังหวัดแรกของโครงการฯ ขณะนี้ ได้มีการขับเคลื่อนต่อยอดโครงการ 4 ด้าน คือ ด้านการท่องเที่ยว ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านเศรษฐกิจ ซึ่งได้มีการนำไอโอทีเข้ามาใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมการทำงานโดยแต่ละจังหวัดได้มีความคืบหน้า จังหวัดขอนแก่น มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ และร่วมมือกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ ปี 2029 พร้อมกับประกาศใช้ยุทธศาสตร์จังหวัดขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ เพื่อรองรับการจัดสรรงบประมาณพัฒนาจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนงานสมาร์ทซิตี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม สำคัญที่สุด คือ การมียุทธศาสตร์สมาร์ทซิตี้ จะมีกรอบงบประมาณกรอบระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน และนำไปสู่ความยั่งยืน ในแผนยุทธศาสตร์ขอนแก่นสมาร์ทซิตี้ 2029 เน้นการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลใน 3 ด้านหลัก คือ1) การขนส่ง Logistics & Transportation หรือ Smart Mobility 2) ด้านการประชุมและเศรษฐกิจ MICE City หรือ Smart Economy 3) ด้านการแพทย์ Medical & Healthcare หรือSmart Leaving

จังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มโครงการสมาร์ทนิมมานเหมินทร์ จากความร่วมมือของจังหวัดเชียงใหม่ บริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และดีป้าสาขาภาคเหนือตอนบน การดำเนินการแบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน ได้แก่ ระยะที่ 1 Smart Wi-Fi ซึ่งได้มีการติดตั้งAccess point เรียบร้อย ครอบคลุมถนนนิมมานเหมินทร์ ระยะที่ 2 จะมีการนำแอปพลิเคชั่น Chiangmai I Love U มาใช้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และระยะที่ 3 การทำ Data Analytic จากกล้อง CCTV ในพื้นที่ เพื่อดูความเคลื่อนไหวของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวในจังหวัด เพื่อจัดทำข้อมูลด้านการตลาด เป็นต้น

ส่วนการดำเนินการใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรีฉะเชิงเทรา และระยอง ดีป้ายังได้วางแผนดำเนินการพัฒนาสมาร์ทซิตี้เขตอุตสาหกรรมพิเศษระเบียงตะวันออกหรืออีอีซี โดยจังหวัดชลบุรี จะมีการติดตั้งเสาประชารัฐจำนวน 100 ต้น เพื่อการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน บนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังและเทศบาลนครแหลมฉบัง ด้วยไอโอที ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้มีการลงนามความร่วมมือกับ กทม. เพื่อแบ่งปันความรู้ประสบการณ์ ให้คำปรึกษา เชื่อมโยงหน่วยงาน และแนะนำแหล่งทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ รวมทั้ง ยังร่วมนำข้อมูลของเมืองมาต่อยอดให้เกิดบริการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย